|
การถ่ายภาพ
อุทยานแห่งชาติ เป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า ป่าเขียวขจี ต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์
ตลอดจนสัตว์ป่าต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้มาเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ปรารถนาจะบันทึกภาพไว้เป็นความทรงจำ
อุปกรณ์ถ่ายภาพ ปัจจุบันการถ่ายภาพไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีอุปกรณ์ที่สะดวกสบายให้ใช้มากขึ้น
- กล้องถ่ายภาพ กล้องถ่ายภาพที่พกพาสะดวกคือกล้องขนาด 35 มม. ใช้ได้ทั้งกล้องคอมแพ็กและกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว ปัจจุบันกล้องคอมแพ็กซึ่งสะดวกในการพกพา ยังสามารถเปลี่ยนทางยาวโฟกัสหรือซูมได้ด้วย
- เลนส์มุมกว้าง เป็นเลนส์ที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพภูมิทัศน์ เช่น ขุนเขาสลับซับซ้อน น้ำตก ฯลฯ ขนาดทางยาวโฟกัสที่เหมาะสมได้แก่ 24, 28 และ 35 มม. ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ถ่ายภาพ ปัจจุบันมีเลนส์ซูมมุมกว้าง เช่น 20-35 มม. ซึ่งมีความคมชัดไม่แพ้เลนส์เดี่ยว และให้ความคล่องตัวกว่า
- เลนส์มาโคร เป็นสิ่งที่ผู้ชื่นชอบดอกไม้ แมลง หรือสิ่งเล็กๆ จะขาดไม่ได้ เลนส์มาโคร เป็นเลนส์ที่สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้กว่าเลนส์ปกติ โดยทั่วไปเลนส์มาโครสามารถถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ง่าย นอกจากนี้ความแคบขององศาภาพยังเหมาะกับการถ่ายภาพบางส่วนของทิวทัศน์ หรือวัตถุขนาดใหญ่ เช่น ต้นไม้ น้ำตก เป็นต้น
- แฟลช ในกรณีที่แสงน้อย เช่น ในป่าดงดิบที่รกทึบ แฟลชจะทำหน้าที่เสมือนแสงอาทิตย์ส่องไปที่วัตถุให้สว่าง และเห็นสีสันของวัตถุนั้น
- ขาตั้งกล้อง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ต้องการภาพที่คมชัดไม่สั่นไหว ขาตั้งกล้องที่เหมาะกับนักถ่ายภาพธรรมชาติควรมีขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักของอุปกรณ์ถ่ายภาพ และสามารถพกพาได้สะดวก ไม่หนักจนเกินไป
- ฟิล์ม สิ่งสำคัญที่สุดของการถ่ายภาพคือ ฟิล์ม โดยทั่วไปหากต้องการได้ภาพเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ ฟิล์มสีเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากสะดวกต่อการชมในภายหลัง และเมื่อรวมค่าล้างและอัดภาพแล้ว คุ้มค่ากว่าการนำฟิล์มสไลด์ไปอัดขยาย
ข้อพึงระวังในการถ่ายภาพธรรมชาติและสัตว์ป่า
- อย่าเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเพียงเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงาม
- พึงระลึกไว้เสมอว่าความสุขของสัตว์ป่าต้องมาก่อน หากการถ่ายภาพของเราจะเป็นการรบกวนกิจกรรมของสัตว์ป่านั้น ก็ควรยุติการถ่ายภาพเสีย เช่น นกที่กำลังทำรังวางไข่ หรือเลี้ยงลูกอ่อน
|